Home / ยี่ห้อรถยนต์ / Honda / พรีวิว All-New 2017 Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์วี) ก่อนขายในไทยและทั่วโลก

พรีวิว All-New 2017 Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์วี) ก่อนขายในไทยและทั่วโลก

2017 Honda CR-V

All-New Honda CR-V รุ่นปี 2017 เป็นรถ compact SUV ขนาด 5 ที่นั่ง ของ Honda ที่ปัจจุบันเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 5 แล้ว และเป็นรถ SUV ที่ขายดีที่สุดในอเมริกามากว่า 20 ปี ด้วยยอดขายรวมเกือบ 4 ล้านคัน ตั้งแต่มีการแนะนำสู่ตลาดมาตั้งแต่ปี 1997

รถรุ่นนี้ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นมาโดย Honda R&D ประเทศญี่ปุ่น โดยมีทีมงานชาวอเมริกันออกแบบตัวถังภายนอก ในขณะที่ห้องโดยสารภายใน ถูกออกแบบโดยทีมงานชาวญี่ปุ่น โดยในช่วงแรก จะมีการผลิตในโรงงานของ Honda 3 แห่งในอเมริกาเหนือ คือ โรงงาน East Liberty ในรัฐโอไอโอและโรงงานในรัฐอินเดียน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา และโรงงานในรัฐออนตาริโอ ประเทศแคนาดา โดยเครื่องยนต์จะถูกผลิตขึ้นในโรงงานที่โอไฮโอและออนตาริโอ เท่านั้น

ในขณะที่ระบบส่งกำลัง CVT ถูกผลิตขึ้นที่โรงงานของ Honda อีกแห่งหนึ่งในเมืองรัสเซลล์พอยน์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการผลิต CR-V ที่โรงงาน East Liberty รัฐโอไฮโอ จะเป็นต้นแบบการผลิต CR-V โฉมใหม่ ให้กับโรงงานของ Honda อื่นๆทั่วโลกรวม 10 แห่ง

Honda CR-V โฉมใหม่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดัน และดูมีมิติมากขึ้น พร้อมพื้นที่ใช้งานกว้างขวาง รองรับการใช้งานได้หลากหลายมากกว่าเดิม ห้องโดยสารภายในถูกตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงขึ้น มีฟังค์ชั่นและเทคโนโลยีใหม่ๆเพิ่มเข้ามา เพื่อการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆที่ดีขึ้น และเพิ่มสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญก็คือ CR-V รุ่นนี้มีขุมพลังทางเลือกเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบเป็นครั้งแรก

CR-V รุ่นปี 2017 ที่ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ตใหม่ล่าสุดนี้ ยังได้รับการพัฒนาในเรื่องของการขับขี่จนถึงขั้นสูงสุดเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นความคมและแม่นยำของระบบพวงมาลัย ความสบายในการขับขี่ การรองรับสรีระของผู้ขับขี่ รวมถึงความเงียบของห้องโดยสารภายใน นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มฟังค์ชั่นการใช้งานใหม่ๆของระบบ Honda Sensing ที่รองรับระบบความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่ เข้ามา ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่น EX หรือสูงกว่า และเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งระบบช่วยขับขี่ใหม่อีก 2 ระบบเข้ามาใน CR-V โฉมใหม่ล่าสุดนี้ นั่นก็คือ ระบบ Road Departure Mitigation (RDM) และระบบ Adaptive Cruise Control (ACC) ที่มาพร้อมฟังค์ชั่น Low-Speed Follow (LSF) โดยมีฟีเจอร์ช่วยขับขี่ต่างๆเพิ่มเข้ามาทั้ง Rear Cross Traffic Monitor, Blind Spot Information System (BSI), Auto High-Beam (AHB) และฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด Driver Attention Monitor

ที่น่าสนใจก็คือ Honda ได้ใช้โครงสร้างตัวถังแบบ Advanced Compatibility Engineering (ACE) เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ที่ทำให้ Honda มั่นใจว่าจะสามารถได้รับเรตติ้งด้านความปลอดภัยในการชนระดับสูงสุดจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงคะแนนรวมระดับ 5 ดาวจาก NHTSA และ Top Safety Pick+ จาก IIHS รวมถึงการได้เรตติ้งระดับ SUPERIOR ในเรื่องของการป้องกันจากการชนจากด้านหน้ารถสำหรับรุ่นที่มาพร้อมระบบ Honda Sensing

การออกแบบภายนอกของ CR-V โฉมใหม่

การออกแบบ CR-V โฉมใหม่ มาพร้อมความสดใหม่ด้วยลุคที่ดูดุดัน เส้นสายของหน้ากระจังและบริเวณโดยรอบ ที่ดูคมเข้มมากขึ้น ไฟหน้ามาพร้อมไฟ LED เดย์ไลต์รูปปีกนก ฝากระโปรงหน้ายาว ฐานล้อยาวขึ้น โอเวอร์แฮงหลังสั้นลง ปลายท่อไอเสียคู่แบบใหม่ ทำให้รถรุ่นนี้ดูแตกต่าง และออกแนวสปอร์ตมากยิ่งขึ้น กระจังหน้ามาพร้อมระบบ Active Shutter Grille ที่สามารถเปิดปิดช่องลมที่หน้ากระจัง เพื่อลดแรงต้านด้านอากาศพลศาสตร์ ล้ออลูมิเนียมอัลลอยแบบใหม่ขอบ 17 และ 18 นิ้วให้เลือก เสา A ด้านหน้าที่เล็กลงเพื่อทัศนวิสัยที่ดีขึ้น

และด้วยแพลตฟอร์มแบบใหม่ ทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระถูกใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในรถระดับเดียวกัน ด้วยตัวรถที่กว้างกว่าเดิม 1.4 นิ้วและฐานล้อที่ยาวขึ้น 1.6 นิ้ว โดยมีความจุมากขึ้นอีก 1.8 ลูกบาศร์ฟุต พื้นที่วางขาเบาะนั่งด้านหลังยาวขึ้น 2.1 นิ้ว ความจุพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถเมื่อพับเบาะนั่งแถวที่สองลง มีความยาวมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึง 9.8 นิ้ว

ซึ่งการปรับเปลี่ยนการใช้งานพื้นที่ภายใน จากรถยนต์นั่งมาเป็นรถบรรทุก ทำได้ง่ายขึ้น ด้วยเบาะนั่งแถวหลังพับลงจังหวะเดียวแบบ one-motion dive-down ด้วยการดึงสลัก พร้อมแยกพับแบบ 60:40 เพิ่มความสะดวกสบายด้วยฟังค์ชั่นเปิดประตูท้ายแบบ hand free ที่ทำการเปิดด้วยการแกว่งเท้าใต้กันชนหลัง

ดีไซน์แบบใหม่หมดของโครงสร้างและตัวถัง CR-V รุ่นใหม่นี้ ทำให้รถมีความคล่องตัว สร้างความมั่นใจในการขับขี่ ground clearance หรือระยะจากใต้ท้องรถ ถึงระดับถนนก็มากขึ้นกว่าเดิม และยังถูกออกแบบมาให้ใช้งานพื้นที่ในตัวรถได้มากขึ้นอีกด้วย

สำหรับมิติตัวถัง CR-V โฉมใหม่ ตัวรถมีความยาว 4587 มิลลิเมตร กว้าง 1854 มิลลิเมตร สูง 1679-1689 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2659 มิลลิเมตร โดยตัวรถมีน้ำหนักอยู่ที่ 1,500-1,552 กิโลกรัม ตามรุ่นที่เลือก พื้นที่เก็บสัมภาระอยู่ที่ 39.2 ลูกบาศร์ฟุต สามารถขยายเป็น 75.8 ลูกบาศร์ฟุตเมื่อพับเบาะนั่งแถวหลังลง

CR-V โฉมใหม่ มาพร้อมขุมพลังและเทคโนโลยีแชสชีส์แบบใหม่

สำหรับ CR-V รุ่น EX และรุ่นย่อยที่สูงกว่าคือ รุ่น EX-L และ Touring จะใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซิน 4 สูบเรียง DOHC Direct Injection ความจุ 1,496 ซีซี ที่มาพร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วแบบคู่ dual VTC (Valve Timing Control) ที่ช่วยควบคุมจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วของท่อไอดีและท่อไอเสียให้สอดคล้องกัน

จึงทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในรอบต่ำ และด้วยการที่มีตัวถังที่มีอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้น ช่วยให้รุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน โดยให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ความเร็วรอบ 5,600 รอบ/นาที แรงบิด 243 นิวตันเมตรที่ 2,000-5,000 รอบ/นาที โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 10.64 กิโลเมตร/ลิตรสำหรับรุ่น Front Wheel Drive และที่ 10.31 กิโลเมตร/ลิตรสำหรับรุ่น AWD

รุ่นย่อย LX มีขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ i-VTEC DOHC Direct Injection ความจุ 2,356 ซีซี ที่มาพร้อมระบบการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์ว VTC ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้าที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิด 244 นิวตันเมตรที่ 3,900 รอบ/นาที โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 9.9 กิโลเมตร/ลิตร สำหรับรุ่น FWD และที่ 9.52 กิโลเมตร/ลิตรสำหรับรุ่น AWD โดยเครื่องยนต์ทั้งสองแบบ ใช้ระบบส่งกำลัง CVT ที่มาพร้อมฟังค์ชั่น Honda G-Shift control logic

สำหรับรุ่น All-Wheel Drive จะมาพร้อมระบบ AWD แบบ Real time ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ล้อหลังที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมมาก และระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์แบบใหม่ ช่วยให้สามารถรับมือกับสภาพการขับขี่ในแต่ละวัน รวมถึงเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถในทุกสภาพภูมิประเทศ

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าของ CR-V โฉมใหม่เป็นแบบ McPherson Strut ระบบกันสะเทือนหลังแบบ multi-link แบบใหม่ มาพร้อมแดมเปอร์แรงเสียดสีต่ำ ที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นพิเศษ ทั้งในรุ่น FWD และ AWD โดยมีการใช้เหล็กกันโคลงหน้าแบบท่อกลม และด้านหลังแบบเหล็กตัน ที่ช่วยให้มีการตอบสนองที่ดีในการขับขี่เมื่อเลี้ยวหรือเข้าโค้ง ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แปรผัน Dual Pinion ช่วยให้ความรู้สึกที่ดีในการควบคุมรถ

ห้องโดยสารภายในมาพร้อมเทคโนโลยีแบบใหม่และการตกแต่งระดับพรีเมี่ยม

CR-V โฉมใหม่ได้ยกระดับความประณีตของห้องโดยสารภายใน การรองรับการใช้งาน และฟีเจอร์ระดับพรีเมี่ยม เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน พื้นที่ห้องโดยสารภายในที่กว้างขวางขึ้น ถูกตกแต่งด้วยวัสดุที่มีคุณภาพสูงขึ้นกว่าเดิมมาก รวมถึงแผงคอนโซลที่ใช้วัสดุแบบ soft touch พร้อมเดินด้ายเบาะนั่งอย่างประณีต จอสี TFT แสดงผลข้อมูลสำหรับผู้ขับขี่เป็นแบบใหม่

CR-V โฉมใหม่รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบเสียงภายในห้องโดยสาร ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยล่าสุด อาทิ ฟีเจอร์ต่อเชื่อมระบบบเสียง Display Audio ที่มาพร้อมจอแสดงผลแบบ touchscreen ขนาด 7 นิ้ว ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android ที่ตอนนี้มีปุ่มปรับระดับเสียงเพิ่มเข้ามา รวมถึงระบบนำทาง Honda Satellite-Linked Navigation System ที่ทาง Honda พัฒนาร่วมกับ Garmin

ซึ่งระบบ Display Audio นี้ รองรับการทำงานร่วมกับ Apple Carplay และ Andriod Auto ทำให้สามารถใช้งานฟีเจอร์สำคัญๆของสมาร์ทโฟนได้อย่างไม่มีปัญหา รวมถึงฟีเจอร์ระบบ GPS และฟีเจอร์การค้นหาด้วยเสียงของสมาร์ทโฟน

นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์อำนวยความสะดวกต่างๆที่มาพร้อมกับ CR-V โฉมใหม่นี้ ได้แก่ ระบบ remote engine start ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ dual zone กระจกข้างพร้อม heater ระบบ Electric Parking Brake (EPB) ช่องต่อ USB สำหรับเบาะนั่งแถวหลัง โดยเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า เป็นแบบปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ส่วนเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมฟังค์ชั่นปรับดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง

ราคาจำหน่าย All-New CR-V ในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ประมาณ 25,000-35,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 890,000-1,250,000 บาท

Leave a Reply

Scroll To Top