Home / ยี่ห้อรถยนต์ / Lexus / พรีวิว 2018 Lexus LC500 และ LC500h สปอร์ตคูเป้สุดหรู

พรีวิว 2018 Lexus LC500 และ LC500h สปอร์ตคูเป้สุดหรู

Lexus LC500hLexus ได้เปลี่ยนรถต้นแบบ LF-LC ที่เผยโฉมครั้งแรกในปี 2012 มาเป็นสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูงระดับพรีเมี่ยมขนาด 2+2 ที่นั่ง อย่าง LC500 และ LC500h ที่จะเริ่มจำหน่ายในช่วงกลางปี 2017 เป็นต้นไป ซึ่งถือว่าเป็นรถไม่กี่รุ่น ที่มีรูปโฉมรุ่น production ใกล้เคียงกับรถต้นแบบ จึงทำให้รถรุ่นนี้เป็นรถอีกรุ่นหนึ่งที่ดูล้ำสมัยกว่ารถแบรนด์อื่นๆในตลาด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ Lexus ละเลยในเรื่องสมรรถนะแต่อย่างใด

ความโดดเด่นในเรื่องดีไซน์ภายนอก คงหนีไม่พ้นการออกแบบไฟหน้าและไฟท้าย ที่ทำให้รถรุ่นนี้ดูล้ำสมัย ในขณะที่ยังคงภาษาการออกแบบของ Lexus เอาไว้ด้วยกรอบกระจังหน้ารูปนาฬิกาทราย มีการใช้วัสดุสีเทาเงินเพิ่มเข้ามาอีก 1 สีในการตกแต่งกรอบไฟหน้าและไฟท้าย ซึ่งถือว่าเป็นอีกรูปแบบใหม่ที่เห็นได้น้อยในรถแบรนด์อื่นๆ ในขณะที่สัดส่วนตัวรถเมื่อมองจากด้านข้าง ดูมีความสมดุลย์ โดยฐานล้อ LC ทั้งสองรุ่นมีความยาวที่ 2,870 มิลลิเมตร

โดยรถรุ่นนี้มีโอเวอร์แฮงหน้าและหลังที่สั้น คือระยะจากกึ่งกลางล้อ ไปจนถึงปลายสุดของกันชนแต่ละด้าน ที่ 920 และ 970 มิลลิเมตร ตามลำดับ ทำให้ควบคุมรถได้ง่าย และคล่องตัวในขณะหักเลี้ยว โดยทั้งสองรุ่นนี้มีรูปโฉมทั้งภายนอก ภายใน เช่นเดียวกัน รวมถึงล้ออลูมิเนียมอัลลอยขนาด 20 และ 21 นิ้ว พร้อมยางให้เลือก

การออกแบบห้องโดยสารภายใน ทีมงาน Lexus ให้ความสำคัญกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน จึงเน้นให้ความสะดวกในการเข้าออกจากตัวรถ ที่มักจะเป็นปัญหาของรถสปอร์ตทั่วไปที่มีความสูงไม่มาก และพื้นที่วางขาแคบ LC จึงมาพร้อมพื้นที่วางขาใต้คอนโซลหน้าที่มากกว่าปกติ จึงทำให้รถรุ่นนี้ ที่นอกจากจะเป็นรถสปอร์ตสุดหรูแล้ว ยังให้ความสะดวกสบายในแบบรถซีดาน แม้ว่า อาจจะไม่ถึงกับอยู่ในระดับที่เทียบเท่าก็ตาม

ในเรื่องของการตกแต่งภายใน Lexus ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียด แม้แต่หัวเกียร์ก็เป็นงานฝีมือ เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ที่ได้ครอบครองรถรุ่นนี้ จะรู้สึกประทับใจกับความใส่ใจในทุกรายละเอียด นอกจากนั้น ยังมีการใช้วัสดุที่หลากหลายในการตกแต่งให้ออกมาดูลงตัวที่สุด ทั้งวัสดุหนัง อัลคันทาร่า หรือวัสดุพรีเมี่ยมอย่างแมกนีเซี่ยมที่ใช้กับ paddle shifter

ไฮไลต์สำคัญอีกอย่างที่พบในห้องโดยสารภายในก็คือ ชุดเครื่องเสียง Mark Levinson มาพร้อมลำโพง 13 ตัว ที่ทาง Lexus อ้างว่า ให้คุณภาพเสียงระดับเทียบเท่ากับที่ใช้ใน concert hall โดยให้ความรู้สึกว่า อยู่ท่ามกลางการแสดงคอนเสิร์ตมากกว่าอยู่ในตัวรถ

ในด้านระบบความปลอดภัยที่มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับรถสปอร์ตที่มีความเร็วสูง Lexus ได้ทำการติดตั้งระบบต่างๆมาอย่างครบถ้วน อาทิ ระบบป้องกันการชนล่วงหน้า ที่มาพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ระบบช่วยเบรคก่อนการชน ระบบ cruise control แบบ All-Speed Dynamic Radar ระบบแจ้งเตือนเมื่อเปลี่ยนช่องการจราจรที่มาพร้อมระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย ระบบแจ้งเตือนการส่ายของรถ และระบบไฟสูงอัจฉริยะ

LC มีให้เลือกใน 2 รุ่นย่อย คือ LC500 และ LC500h โดยรุ่น LC500 ถูกขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซิน V8 แบบ NA ความจุ 5.0 ลิตร ที่ใช้กับรุ่น RC F และ GS F ให้กำลังสูงสุด 471 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 540 นิวตันเมตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift 10 จังหวะ เป็นครั้งแรกของโลก สามารถทำความเร็วจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 4.5 วินาที

ในขณะที่รุ่น LC500h ใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริด V6 ความจุ 3.5 ลิตร ให้กำลัง 295 แรงม้า โดยมีกำลังอีก 59 แรงม้า ที่มาจากระบบมอเตอร์ไฟฟ้าลิเธี่ยมไอออน รวมเป็น 354 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 472 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ Multi Stage Hybrid 10 จังหวะ รุ่นแรกของโลกเช่นกัน มีอัตราเร่งจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลาต่ำกว่า 5 วินาที ทั้งสองรุ่นใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง

สำหรับราคาจำหน่าย LC ทั้งสองรุ่น คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 1 แสนเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.5 ล้านบาทในต่างประเทศ โดยจะเริ่มจำหน่ายในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2017 และพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าตั้งแต่กลางปีเดียวกันเป็นต้นไป

Leave a Reply

Scroll To Top