Home / ยี่ห้อรถยนต์ / Honda / รีวิว 2017 Honda JAZZ 1.5 RS+ CVT (ฮอนด้า แจ๊ซ) สีขาวมุกออร์คิด ราคา 754,000 บาท

รีวิว 2017 Honda JAZZ 1.5 RS+ CVT (ฮอนด้า แจ๊ซ) สีขาวมุกออร์คิด ราคา 754,000 บาท

2017 Honda JAZZ RS Plusหลังจากที่เราได้พาไปชมรุ่นย่อย 3 รุ่นของ Honda Jazz ปี 2017 คือรุ่น RS, V+ และ S CVT วันนี้เราขอแนะนำ Jazz อีกหนึ่งรุ่นสำคัญ นั่นก็คือ รุ่น RS+ สีขาวมุกออร์คิด ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดในไลน์อัพของ Jazz รุ่นไมเนอร์เชนจ์ของไทย กับราคาค่าตัวที่ 754,000 บาท

และวันนี้เรายังอยู่ที่โชว์รูมของบริษัท วอง ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด สาขาพญาไท ที่ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS สนามเป้าเพียง 90 เมตร ติดกับโรงพยาบาลพญาไท 2

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่” ซึ่งพัฒนาต่อยอดความสำเร็จไปอีกขั้นจาก ฮอนด้า แจ๊ซ เจเนอเรชั่นที่ 3 เพื่อตอกย้ำความเป็นยนตรกรรมแฮทช์แบ็ก 5 ประตูยอดนิยม และพิเศษกับการแนะนำรุ่น RS มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวและทันสมัยมากขึ้น ด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED ไฟตัดหมอก กระจกมองข้างสีดำ และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งสีดำดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยด้ายสีส้ม และสีภายนอกใหม่ คือ สีส้มมุกฟีนิกซ์ เฉพาะรุ่น RS และ RS+

ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 3 รถแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ที่ได้รับการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้มีความโดดเด่นและทันสมัยในทุกมิติไปอีกขั้น ด้วยแนวคิดหลักสำคัญ ได้แก่ การออกแบบโครงสร้างตัวถังรถใหม่ ให้มีพื้นที่ใช้สอยที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างหลากหลาย รวมทั้งขุมพลังที่ให้ทั้งประสิทธิภาพในการขับขี่และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม พร้อมด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ให้ทุกการขับขี่สะดวกสบายและสนุกสนานได้อย่างมีสไตล์

ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ ได้รับการออกแบบภายนอกด้วยแนวคิด Low Wide Gravity สะท้อนความโฉบเฉี่ยวในสไตล์สปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบด้านหน้าและด้านหลังให้ดูกว้าง และปราดเปรียวมากขึ้นตามหลักอากาศพลศาสตร์

จากแนวคิดการออกแบบภายในห้องโดยสาร แบบ Futuristic Cockpit มอบความรู้สึกล้ำสมัยและความสนุกสนานในการขับขี่ โดยการจัดวางพื้นที่ภายในห้องโดยสารนี้ ยังคงใช้แนวคิด Man Maximum Machine Minimum ในการออกแบบ ซึ่งความยาวของตัวถังรถและฐานล้อ ช่วยให้ห้องโดยสารและพื้นที่ห้องโดยสาร
ตอนหลังมีขนาดใหญ่ ทั้งยังช่วยให้การยึดเกาะถนนทำได้อย่างดีเยี่ยม ห้องโดยสารขนาดใหญ่กว้างสบาย
มาพร้อมเบาะนั่งสีดำลายใหม่ และสะท้อนความสปอร์ตมากยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยด้ายสีส้ม
ในรุ่น RS และ RS+ พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งช่องเก็บของ กล่องเก็บแท็บเล็ต (ที่มีเฉพาะในรุ่น RS และ RS+) และที่วางแก้วน้ำสูงสุด 9 ตำแหน่ง ให้ทุกการเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่งอัลตรา ซีท ที่ปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ถึง 4 โหมด พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ได้แก่

Utility Mode : พับเบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้าน เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลังได้มากถึง 906 ลิตร
Long Mode : พับเบาะด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาวได้ถึง 2,480 มิลลิเมตร
Tall Mode : พับเบาะด้านหลังขึ้น ขยายเพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูงได้ถึง 1,280 มิลลิเมตร
Refresh Mode : พับเบาะด้านหน้าเชื่อมต่อเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบายสูงสุด

ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในขณะขับขี่ ควบคุมทุกการใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ได้แก่

– ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย (Bluetooth) รองรับการเชื่อมต่อภาพและเสียงผ่าน HDMI
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส
– มาตรวัดเรืองแสง พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID
– ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ One Push Ignition System

– ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ Honda Smart Key System
– พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น ให้ทุกการควบคุมง่ายขึ้นกว่าที่เคย
– ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
– สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย

ขุมพลังของ Honda Jazz ใหม่ ในทุกรุ่นย่อยคือ เครื่องยนต์ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (SOHC) ขนาด 1,497 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 146 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบต่อนาที พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบ Shifting Control of Cornering Gravity และ G Design Shift ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีมส์ ให้อัตราเร่งและประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม พร้อมตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน ECO Assist อีกทั้งรองรับพลังงานทางเลือก E85

ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ รุ่น RS+ ยังมาพร้อมกับระบบ Eco Coaching ระบบแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน ที่ช่วยแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้เชื้อเพลิงอย่างรู้คุณค่า โดยจะแสดงผลด้วยการเปลี่ยนสีที่มาตรวัดเรืองแสง และ Econ Mode ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานสิ้นเปลือง โดยระบบจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์ ลิ้นปีกผีเสื้อและเกียร์ให้ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งปรับการทำงานของระบบปรับอากาศและการหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสารให้เหมาะสม ช่วยให้เครื่องยนต์ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ ให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control (G-CON)
ช่วยปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-Lock Brake System – ABS) ช่วยให้สามารถควบคุมการบังคับพวงมาลัยเมื่อต้องเบรกกะทันหัน พร้อมระบบกระจายแรงเบรกควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกให้สมดุลมากขึ้น ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) เพิ่มการยึดเกาะถนน ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal – ESS)

นอกจากนั้นยังมี ถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ i-Side Airbags และม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอย โดยสามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน

ระบบเบรคหน้าเป็นดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน ส่วนเบรคหลังเป็นแบบดรัมเบรค ส่วนระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบ แม็กเฟอร์สัน สตรัทอิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นทอร์ชั่นบีมแบบ H-shape

มิติตัวถังของรุ่น RS และ RS+ จะมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นอื่นๆคือ ยาว 4,035 มิลลิเมตร ยาวกว่ารุ่นอื่นถึง 46 มิลลิเมตร ส่วนมิติอื่นๆจะเท่ากันคือ กว้าง 1695 มล สูง 1525 มล ส่วนฐานล้อยาว 2530 มล แต่มีระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า-คู่หลัง น้อยกว่ารุ่นอื่นๆ 16 มิลลิเมตร คือที่ 1,476 และ 1,465 มิลลิเมตร โดยรถมีน้ำหนักมากกว่าทุกรุ่นคือ 1,086 กิโลกรัม มากกว่ารุ่น RS 3 กิโลกรัม สำหรับยางมีขนาดเท่ากับรุ่น RS คือ 185 / 55 หุ้มล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว

นอกจากเรื่องของน้ำหนักรถแล้ว รุ่น RS+ ยังแตกต่างไปจากรุ่น RS ในส่วนของจำนวนราวมือจับที่มี 4 จุด ในขณะที่รุ่น RS มีเพียง 3 จุด ไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับ พร้อมเสียงเตือน ที่รุ่น RS+ จะเป็นเพียงรุ่นเดียวที่มีในส่วนของผู้โดยสารด้านหน้าด้วย ถุงลมด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ (i-Side Airbags) และม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)

ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่น ได้แก่
RS+ ราคา 754,000 บาท
RS ราคา 739,000 บาท
V+ ราคา 694,000 บาท
V ราคา 654,000 บาท
S CVT ราคา 594,000 บาท
S MT ราคา 555,000 บาท

ฮฮนด้า แจ๊ซ ใหม่ มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีขาวทาฟเฟต้า สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีดำมุกคริสตัล สีขาวมุกออร์คิด และสีใหม่ คือ สีส้มมุกฟีนิกซ์

– สีส้มมุกฟีนิกซ์ และสีขาวมุกออร์คิด จะมีเฉพาะรุ่น RS และ RS+
– สีขาวทาฟเฟต้า จะมีเฉพาะรุ่น S, V และ V+
– สำหรับสีส้มมุกฟีนิกซ์ และสีดำมุกคริสตัล เพิ่มเงิน 6,000 บาท สีขาวมุกออร์คิด เพิ่มเงิน 10,000 บาท

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Scroll To Top