Home / ยี่ห้อรถยนต์ / Mercedes-Benz / รีวิว-ราคา 2017 Mercedes-Benz GLC 250d 4MATIC Coupe AMG Dynamic และ AMG Plus รุ่นประกอบในประเทศ

รีวิว-ราคา 2017 Mercedes-Benz GLC 250d 4MATIC Coupe AMG Dynamic และ AMG Plus รุ่นประกอบในประเทศ

GLC Coupe 2017

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์หรู รุกหนักผลิตภัณฑ์กลุ่มเอสยูวี ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมประกอบในประเทศรุ่นล่าสุด อย่าง “GLC 250 d 4MATIC Coupe” ที่ผสานความอเนกประสงค์ของรถยนต์สไตล์เอสยูวี และความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวของรถยนต์คูเป้เข้าไว้ด้วยกัน

พร้อมเสริมทัพเอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบความเร็วด้วยสมาชิกลำดับที่ 9 ในกลุ่ม Mercedes-AMG กับรถยนต์สไตล์ครอสโอเวอร์สมรรถนะสูง อย่าง Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe โดยรถยนต์รุ่น “GLC 250 d 4MATIC Coupe” นำเสนอในสองรุ่นย่อย ได้แก่ GLC 250d 4MATIC Coupe AMG Dynamic และ GLC 250d 4MATIC Coupe AMG Plus ในราคาเดียวกันที่ 3,990,000 บาท ส่วน Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe นำเสนอในราคา 5,790,000 บาท

โดยในคลิปวิดีโอนี้ เราจะขอพูดถึงเฉพาะ GLC Coupe รุ่นประกอบในประเทศ ส่วน Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC coupe จะมีการนำเสนอในภายหลัง

ในปีที่ผ่านมา กลุ่มรถยนต์เอสยูวีเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตสูงสุด ด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 706,170 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.4 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า “รถยนต์รุ่นประกอบในประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ Mercedes-Benz ตั้งใจนำเสนอให้กับลูกค้า โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ทำการศึกษา และคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งคัดเลือกรุ่นรถยนต์ที่ดำเนินการประกอบภายในประเทศ เพื่อให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุด รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆของรถ ให้เหมาะสมกับสภาพท้องถนน ตลอดจนลักษณะการขับขี่และการใช้งานในเมืองไทย

ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ ถือเป็นแบรนด์รถยนต์หรู เพียงแบรนด์เดียวในประเทศไทย ที่มีการประกอบรถยนต์ภายในประเทศครบทั้ง 3 ขั้นตอนหลัก ตั้งแต่การประกอบโครงสร้างตัวถังรถ (Body shop) ซึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วนที่มีทั้งเหล็กชนิดพิเศษและอลูมิเนียม เพื่อความแข็งแรง และน้ำหนักเบา การทำสี (Paint) ซึ่งใช้มาตรฐานการทำสีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และการประกอบขั้นสุดท้าย (Final Assembly) ด้วยความพิถีพิถัน โดยมีการใช้อะไหล่ที่ผลิตในประเทศมากกว่า 40% ภายใต้มาตรฐานคุณภาพการประกอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์จาก บริษัท เดมเลอร์ เอจี ประเทศเยอรมนี

นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ยังถือเป็นค่ายรถยนต์หรู เพียงรายเดียวในประเทศไทย ที่นำเสนอรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศ ที่มีจำนวนรุ่นให้เลือกสรรมากที่สุด โดยหลังจากการเปิดตัว GLC coupe รุ่นประกอบในประเทศไทยวันนี้ จะส่งผลให้ในปัจจุบัน ทางบริษัทฯ ได้นำเสนอรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศถึง 21 รุ่น ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car และ SUV รวมถึงรถยนต์เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด ภายใต้แบรนด์ EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz ทั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงตั้งใจที่จะผลิตรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยให้ดีที่สุด

สำหรับประเทศไทย รถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีนั้น ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าด้วยเช่นกัน ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ มีผลจากการที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ นำเสนอรุ่นรถยนต์ที่หลากหลาย สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า ผู้ชื่นชอบรถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ทั้งการเดินทางในเมืองและนอกเมืองได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันเมอร์เซเดส-เบนซ์ มีรถยนต์กลุ่มเอสยูวีทั้งหมด 11 รุ่น ที่ครอบคลุมทุกขนาดและเซ็กเมนต์

“GLC 250 d 4MATIC coupe” รุ่นประกอบในประเทศไทย เป็นยนตรกรรมขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ที่ผสานความอเนกประสงค์ของรถยนต์สไตล์เอสยูวี และความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวของรถยนต์คูเป้เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่ง GLC coupe มีให้เลือกสรรถึง 2 แบบ คือ GLC 250 d 4MATIC coupe AMG Dynamic และ GLC 250 d 4MATIC coupe AMG Plus ที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดูปราดเปรียว ด้วยลายเส้นโค้งเว้า ให้ความรู้สึกพลิ้วไหว รวมถึงการออกแบบภายในที่เน้นความหรูหรา ทันสมัย แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงกลิ่นอายของความสปอร์ตเอาไว้เช่นเดิม”

ดีไซน์ภายนอกของทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ มีสัญลักษณ์โลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์ขนาดใหญ่ตรงกลาง เสริมไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System และไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED fibre-optic เพื่อการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ เส้นสายหลังคาและลายเส้นด้านข้าง ถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้าย ที่เน้นดีไซน์แบบ เรียบหรู ล้ำสมัย เสริมโครงสร้างตัวรถให้ดูทรงพลังและสง่างามไปพร้อมกัน ด้านท้ายเพิ่มความแข็งแกร่งดุดัน ด้วยปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ พร้อมด้วยชุดแต่ง AMG bodystyling (กันชนหน้า-หลัง), ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว ระบบกันสะเทือนแบบ DYNAMIC BODY CONTROL, หลังคาซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

ดีไซน์ภายใน ของ GLC-Class coupe มาพร้อมจุดเด่นภายในห้องโดยสาร อาทิ แดชบอร์ดและคอนโซลกลางที่มีขอบลายเส้นที่ดูไหลลื่น โดยแผงคอนโซลที่มีขนาดใหญ่ และถูกออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวนี้ วางทอดตัวยาวจากช่องลมระบบปรับอากาศ บริเวณตรงกลางของแผงหน้าปัด ลงมาจนถึงพนักวางแขน บริเวณกึ่งกลาง ระหว่างเบาะที่นั่งของผู้ขับขี่กับผู้โดยสารตอนหน้า ซึ่งเส้นสายบริเวณแผงคอนโซลที่ดูเรียบง่ายแต่เร้าอารมณ์ ช่วยให้ห้องโดยสารดูกว้างขวาง เรียบง่าย และ ล้ำสมัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รถยนต์ทั้ง 2 แบบ ยังมาพร้อมกับพวงมาลัยนิรภัย พร้อมเพาเวอร์ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ

พร้อมเสริมความรู้สึกสปอร์ตให้มากขึ้น เมื่อเลือกใช้โหมดของระบบกันสะเทือนแบบ COMFORT, SPORT และ SPORT+, ระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO, ฟังก์ชัน ECO start/stop, ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน, เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมบันทึกหน่วยความจำ โดยเบาะนั่งด้านหลังสามารถพับได้ทั้ง 1:3 และ 2:3 ตามความต้องการ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ มีพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่กว้างขวางด้วยความจุ 500-1,400 ลิตร ซึ่งนับเป็นความจุที่มากที่สุด เมื่อเทียบกับรถยนต์กลุ่มเดียวกัน

รวมถึงระบบมัลติมีเดียอย่าง ระบบวิทยุ-ซีดี MB Audio 20, ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ Bluetooth, ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad ระบบรองรับการใช้งานอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง, ระบบแผนที่นำทาง (SD-Card Navigation System), ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester, ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display) โดย GLC 250 d 4MATIC coupe AMG Plus ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังแบบสปอร์ต พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตท้ายตัด ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต และพรมปูพื้น พร้อมสัญลักษณ์ AMG

ความปลอดภัยและเทคโนโลยี ของ GLC coupe มาพร้อมกับระบบ “Mercedes-Benz Intelligent Drive” เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุด ด้วยระบบการช่วยเหลือ และระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ โดยระบบดังกล่าว มีพื้นฐานมาจากแนวคิดการปกป้องก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ระบบควบคุมอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียว ที่ทำงานสอดประสานกัน

ไม่ว่าจะเป็น ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE system, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program – ESP) พร้อมระบบรักษาสมดุลของตัวรถ เมื่อมีลมปะทะด้านข้าง (Crosswind Assist), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-Start Assist, ไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS),

ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST), ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC), กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง, ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ(Active Parking Assist), ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator), ระบบเตือนแรงดันยาง (Tyre pressure loss warning system) เป็นต้น

พร้อมทั้งระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ ABA (Active Brake Assist system) ที่เพิ่มขึ้นมาสำหรับ GLC coupe รุ่นประกอบในประเทศโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับระบบส่งกำลังที่รองรับระบบ DYNAMIC SELECT ซึ่งมีโหมดการขับขี่ 5 แบบ คือ ECO ที่ช่วยปรับการขับขี่เข้าสู่ระบบประหยัดน้ำมัน, INDIVIDUAL ที่สามารถบันทึกรูปแบบการขับขี่ ที่ผู้ขับขี่กำหนดไว้ได้, COMFORT ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน, SPORT และ SPORT+ เน้นการเพิ่มความเร้าใจให้กับการขับขี่มากยิ่งขึ้น

GLC 250d coupe รุ่นประกอบในประเทศทั้ง 2 รุ่น ใช้ขุมพลังเดียวกันคือ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง ความจุ 2,143 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรที่ 1,600 – 1,800 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.6 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดที่ 222 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ ทั้ง 32 แห่ง ทั่วประเทศ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Scroll To Top