Home / ยี่ห้อรถยนต์ / BMW / รีวิว All-New 2018 BMW X3 โฉมใหม่ล่าสุด ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล และเบนซิน

รีวิว All-New 2018 BMW X3 โฉมใหม่ล่าสุด ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล และเบนซิน

2018 BMW X3 30d xLineBMW X3 ถูกแนะนำเข้าสู่ตลาดรถยนต์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง SAV หรือ Sports Activity Vehicle ในปี 2003 และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา BMW ได้จำหน่าย X3 ไปแล้วมากกว่า 15 ล้านคันทั่วโลก จากทั้งหมด 2 เจนเนอเรชั่นที่ทำตลาด และในวันนี้ BMW ภูมิใจนำเสนอ X3 เจนเนอเรชั่นใหม่ ภายใต้รหัสตัวถัง G01 ที่มาพร้อมภาษาการออกแบบที่โดดเด่น ด้วยการฉีกรูปแบบเดิมๆที่เห็นได้ในรถจาก BMW โฉมปัจจุบัน ที่กรอบไฟหน้ามักจะเชื่อมต่อกับขอบกระจังหน้าเนอกจากนั้นยังมาพร้อมกับขุมพลังที่ไม่เพียงทรงพลังมากขึ้นแต่กลับประหยัดน้ำมันมากกว่า รวมถึงความหรูหราที่ยังคงความเป็นรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมไว้ดังเดิม

BMW X3 เจนเนอเรชั่นที่ 3 นี้ ยังคงไว้ซึ่งความเป็นรถหรูอเนกประสงค์ที่พร้อมจะลุยได้ในทุกสภพาถนนเหมือนรุ่นก่อนๆ รูปทรงของ X3 ก็ยังคงไว้ซึ่งสัดส่วนตัวถังที่ดูคุ้นเคย ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากจากเจอเนเรชั่นก่อน รวมถึงโอเวอร์แฮงหน้าและหลัง หรือระยะจากปลายกันชนไปจนถึงกึ่งกลางล้อ มีระยะที่สั้นเหมือนรุ่นก่อน และที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การกระจายน้ำหนักตัวรถที่เพลงหน้าและหลัง ในอัตราส่วน 50:50

ในเรื่องของรูปลักษณ์ เมื่อเปรียบเทียบกับ X3 โฉมเดิม จะพบว่า กระจังหน้ารูปไตมีขนาดใหญ่กว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ไฟตัดหมอกเป็นแบบ LED รูป 6 เหลี่ยมซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีใช้ในรุ่น X ในขณะที่ด้านท้าย ความโดดเด่นคงหนีไม่พ้นชุดไฟท้ายดีไซน์ใหม่ที่มีอ็อปชั่นเป็น LED แบบ 3 มิติ ที่ดึงดูดสายตาในยามค่ำคืนได้ดี ในขณะที่หลังคาด้านบนไปจนถึงสปอยเลอร์ท้ายมีความลาดเอียงมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ เพิ่มความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ส่วนปลายท่อไอเสียเป็นแบบใหม่ปลายคู่ที่ดูดุดันมากกว่าเดิม

BMW X3 โฉมใหม่มี 3 รูปแบบ คือ xLine, M Sport และ Luxury Line ที่รุ่นหลังสุดถูกเพิ่มเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ โดยมีอุปกรณ์เฉพาะต่างๆในแบบ BMW individual มาเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการความแตกต่างในแบบของตัวเอง ล้ออัลลอยรุ่นมาตรฐานเป็นขนาด 18 นิ้ว จากเดิมที่มีขนาด 17 นิ้ว โดยลูกค้าสามารถเลือกขนาดล้อและยางได้ไปจนถึงขนาด 21 นิ้ว

ทั้ง 3 รุ่น นอกจากจะให้ความแตกต่างในเรื่องรูปโฉมภายนอกแล้ว ภายในห้องโดยสารก็ได้รับการตกแต่งแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นย่อย โดยมีการใช้วัสดุคุณภาพสูงในการตกแต่งส่วนต่างๆที่ BMW อ้างว่า ดูหรูหรามีราคามากกว่ารุ่นเดิม

ในเรื่องของความสะดวกสบายก็ได้รับการยกระดับขึ้นไปด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีใหม่ต่างๆที่เพิ่มเข้ามา เช่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน ชุดกลิ่นหอมปรับอากาศ Ambient Air ระบบระบายอากาศเบาะนั่งแบบอัตโนมัติ ความสามารถในการจุสัมภาระที่สามารถแยกพับเบาะนั่งด้านหลังลงในอัตราส่วน 40:20:40 ได้ หลังคาแก้วแบบพาโนรามิคช่วยเพิ่มอากาศจากภายนอกเข้าสู่ห้องโดยสาร

นอกจากนั้นยังมีอ็อปชั่นเช่น ระบบ BMW Display Key ที่ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ล็อคและปลดล็อครถด้วยสัญญาณสวิทยุระยะไกลเท่านั้น แต่ยังสามารถแสดงข้อมูลสถานะต่างๆของรถยนต์ และทำงานเป็นตัวควบคุมอุปกรณ์บางอย่าง เข่น ระบบทำความร้อน เป็นต้น

ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความแม่นยำในการขับขี่และความสะดวกสบายในการโดยสาร

วิศวกรจาก BMW ได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างตัวถังอย่างขนานใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ เสถียรภาพการทรงตัว และความรู้สึกในการควบคุมผ่านพวงมาลัยให้ดียิ่งขึ้น ซึ่ง X3 ใหม่ มีความสปอร์ตมากกว่าเดิม แต่ความสะดวกสบายในการโดยสารไม่ได้ลดลงไปแต่อย่างใด ซึ่ง BMW มีอ็อปชั่นต่างๆให้เลือกทั้งระบบกันสะเทือน M Sport, Dynamic Damper Control, ชุดห้ามล้อ M Sport และ ระบบบังคับเลี้ยวแบบแปรผัน ตามการหมุนของพวงมาลัย

BMW X3 ใหม่ มาพร้อมขุมพลังที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม พร้อมการออกแบบที่ทำให้น้ำหนักลดลง ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น โดยมาพร้อมทางเลือกที่เป็น 2 เครื่องยนต์ดีเซล และ 3 เครื่องยนต์เบนซิน ดังนี้

X3 รุ่น M40i ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ แถวเรียง ความจุ 2998 ซีซี มาพร้อมเทคโนโลยี M Performance TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 360 แรงม้า ที่ 5500–6500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรที่ 1520–4800 รอบ/นาที อัตราการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ 11.9-12.2 กม/ลิตร อัตราการปล่อยมลพิษอยู่ที่ 188-193 กรัม/กม อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลา 4.8 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กม/ชม

ส่วนรุ่น X3 xDrive30i ให้กำลังสูงสุด 252 แรงม้า อัตราบริโภคน้ำมันอยู่ที่ 13.5 กม/ลิตร มีอัตราการปล่อยมลพิษอยู่ที่ 168 กรัม/กม โดย X3 รุ่น xDrive20i มีกำลังสูงสุด 184 แรงม้า อัตราบริโภคน้ำมันอยู่ที่ 13.5-13.9 กม/ลิตร มีอัตราการปล่อยมลพิษอยู่ที่ 165-169 กรัม/กม

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลได้แก่รุ่น X3 xDrive20d เครื่องยนต์ 4 สูบ แถวเรียง ความจุ 1995 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1750-2500 รอบ/นาที มีอัตราการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ 18.5-20 กม/ลิตร

อีกรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลก็คือ รุ่น X3 xDrive30d เครื่องยนต์ 6 สูบ แถวเรียง ความจุ 2993 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า ที่ 4000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตรที่ 2000-2500 รอบ/นาที อัตราการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ 16.67-17.54 กิโลเมตร/ลิตร ส่วนอัตราการปล่อยมลพิษอยู่ที่ 149-158 กรัม/กิโลเมตร โดยทุกรุ่นย่อยจะมาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 สปีด ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่

สำหรับรุ่นระบบขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive และขับเคลื่อนล้อหลัง จะมีการทำตลาดในภายหลัง ขึ้นอยู่กับแต่ละตลาด

มีการนำเอาแนวคิด BMW EfficientDynamics ซึ่งเป็นกลยุทธ์ของบีเอ็มดับเบิลยูที่มีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และระดับการปล่อย CO2 พร้อมเพิ่มสมรรถนะและความพึงพอใจในการขับขี่ มาใช้กับ BMW X3 รุ่นใหม่นี้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการใช้เครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมัน และการออกแบบชิ้นส่วนต่างๆให้มีน้ำหนักเบา เช่น การใช้วัสดุอลูมิเนียมในส่วนของเครื่องยนต์และระบบกันสะเทือน ส่งผลให้ BMW X3 ใหม่ มีน้ำหนักลดลงไปจากเดิมเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นย่อยเดียวกันถึง 55 กิโลกรัม นอกจากนั้น X3 ใหม่ ยังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน คือที่ 0.29

BMW ConnectedDrive ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติและการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีอื่นๆ

เมื่อพูดถึงฟีเจอร์ BMW Personal CoPilot ที่เป็นระบบช่วยเหลือผู้ขับและระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ X3 ใหม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีดังกล่าวด้วยการรองรับเทคโนโลยีล่าสุดอย่างระบบ Active Cruise Control ระบบความปลอดภัย Driving Assistant Plus ที่รวมถึงระบบช่วยบังคับพวงมาลัย และระบบควบคุมรถบนช่องทางจราจร lane control assistant นอกจากนั้นยังมีระบบช่วยเปลี่ยนช่องทางจราจร Lane Change Assistant ซึ่งระบบนี้จะเริ่มติดตั้งในเดือนธันวาคมปีนี้เป็นต้นไป ระบบช่วยรักษาสถานะให้อยู่ในช่องทางจราจร Lane Keeping Assist ที่มาพร้อมระบบป้องกันการชนจากด้านข้าง ระบบช่วยขับขี่เหล่านี้ทำให้ BMW X3 ใหม่ แตกต่างไปจากรถในกลุ่มเดียวกันอย่างชัดเจน

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ BMW Personal CoPilot ยังรองรับการบริการและแอพพลิเคชั่น BMW ConnectedDrive ด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้ตอนนี้ BMW X3 ใหม่ รองรับระบบ BMW Connected

ระบบ Open Mobility Cloud ยังช่วยให้มีการเชื่อมโยงอุปกรณ์สื่อสารส่วนตัวเข้ากับรถยนต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อชีวิตในแบบดิจิตอล เช่น การถ่ายโอนข้อมูลต่างๆจากโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็น ที่อยู่ผู้ติดต่อ ปฏิทินนัดหมาย เข้าไปสู่ระบบนำทางของรถเพื่อวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้ เช่น การคำนวณเวลา หรือเส้นทางการเดินทางที่เหมาะสมในแต่ละทริป

BMW X3 ใหม่ รองรับการควบคุมระบบนำทาง และระบบอินโฟเทนเมนท์ด้วยการเคลื่อนไหวของมือหรือนิ้ว Gesture Control โดยมีอ็อปขั่นเป็นระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Assistant ที่รองรับภาษาในชีวิตประจำวันทั่วไปในการสั่งการ แทนที่จะต้องใช้คำสั่งภาษาที่ถูกตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ

Head-Up Display ที่แสดงข้อมูลบนกระจกบังลมหน้าในระดับสายตาของผู้ขับขี่ ก็เป็นอีกหนึ่งอ็อปชั่นที่เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นๆในเรื่องของงานกราฟฟิค ความละเอียดของหน้าจอแสดงผล และการแสดงข้อมูลต่างๆ

และที่กล่าวมาทั้งหมดก็คือ คุณสมบัติของ All-New BMW X3 ใหม่ เจอเนอเรชั่นที่ 3 ที่จะเริ่มบุกตลาดโลกเร็วๆนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Scroll To Top