Home / ยี่ห้อรถยนต์ / Mazda / รีวิว 2018 Mazda CX-5 XDL รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D 2.2 ราคา 1.77 ล้านบาท

รีวิว 2018 Mazda CX-5 XDL รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D 2.2 ราคา 1.77 ล้านบาท

2018 Mazda CX-5 reviewดีไซน์ใหม่ของมาสด้า CX-5 โฉมใหม่ ยนตรกรรมอเนกประสงค์เอสยูวี ที่พัฒนาแนวคิดการออกแบบ KODO DESIGN ให้โดดเด่นเหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยเส้นสายที่เรียบง่าย แต่แฝงด้วยความโฉบเฉี่ยว
ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น (Japanese Aesthetic) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” ผลลัพธ์ที่ได้คือ รูปลักษณ์ภายนอกใหม่ที่งดงาม และทรงพลังราวกับมีชีวิต หรูหรา ปราดเปรียวในสไตล์พรีเมี่ยม รวมไปถึงรูปลักษณ์ภายในใหม่ ที่ถูกออกแบบอย่างประณีต ใช้วัสดุเกรดพรีเมี่ยม

ทุกองค์ประกอบ พร้อมมอบความเพลิดเพลิน และความสะดวกสบายแก่ผู้ขับและผู้โดยสารทุกคน นอกจากนี้ สีแดงใหม่ Soul Red Crystal ยังช่วยยกระดับให้มาสด้า CX-5 โฉมใหม่ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นยิ่งขึ้น สะกดทุกสายตาด้วยมิติความลึกของสี นับเป็นบทใหม่แห่งการดีไซน์ ที่พร้อมสะท้อนความสําเร็จในทุกบทบาทของชีวิต

เทคโนโลยีสกายแอคทีฟในมาสด้า CX-5 โฉมใหม่ ได้ถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นไปอีกระดับ เพื่อสร้างความประทับใจ ทั้งเรื่องสมรรถนะที่แรง และการประหยัดน้ำมัน จนได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ทั่วโลก
– SKYACTIV-D 2.2 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล ความจุ 2,191 ซีซี DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ 2 ขั้น ประหยัดสูงสุด 17.5 กม/ลิตร พัฒนาให้สามารถทํางานตอบสนองผู้ขับได้ดียิ่งขึ้น เครื่องยนต์ทํางานเงียบมากขึ้น ให้กําลัง 175 แรงม้า ที่ 4500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตรที่ 2000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
– SKYACTIV-DRIVE เกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ 6 สปีด ที่รวมข้อดีของเกียร์อัตโนมัติทุกระบบ ตอบสนองได้แม่นยํา เปลี่ยนเกียร์ราบรื่น ให้อัตราเร่งต่อเนื่อง และประหยัดน้ำมันในทุกรอบความเร็ว มาพร้อมแมนนวลโหมด Activematic
– SKYACTIV-BODY โครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ โครงสร้างตัวถังที่ผลิตจากเหล็กกล้าคุณภาพสูง น้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง ให้การควบคุมรถที่มั่นคงช่วยลดแรงสะเทือนจากถนน และกระจายแรงปะทะที่เข้าสู่ห้องโดยสารในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
– SKYACTIV-CHASSIS ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟ ระบบช่วงล่างที่เกาะถนนมั่นคง และให้ความนุ่มนวลแก่ห้องโดยสาร พร้อมระบบบังคับเลี้ยว ที่ช่วยให้เข้าโค้งได้แม่นยํา ปลอดภัย และประหยัดน้ำมัน
– i-ACTIV AWD ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับทุกสภาพถนนมากยิ่งขึ้น

พลังที่เหนือกว่า ขับเคลื่อนสู่ความสําเร็จอีกระดับ
– 2-STAGE TURBOCHARGER เทอร์โบชาร์จเจอร์แบบสองขั้น ช่วยให้เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซลมีแรงบิดสูง แม้ในรอบต่ำ เพื่อให้ได้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีในทุกรอบความเร็วของเครื่องยนต์
– NATURAL SOUND SMOOTHER และ NATURAL SOUND FREQUENCY CONTROL ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซลในรอบเดินเบา ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานเงียบขึ้น
– DRIVE SELECTION* สวิตช์ Drive Selection สามารถเลือกขับขี่ในโหมด Sport ได้ เมื่อต้องการเร่งแซง หรือให้อัตราเร่งที่เพิ่มขึ้นในรอบเครื่องยนต์ที่สูง ให้ความรู้สึกสนุกเร้าใจเหมือนขับเกียร์ธรรมดา
– i-Stop (Idling Stop System) ระบบประหยัดน้ำมันที่สั่งให้เครื่องยนต์หยุดการทํางานชั่วคราวเมื่อรถจอดนิ่ง ขณะที่อุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถยังคงทํางานตามปกติ ทําให้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเครื่องยนต์จะกลับมาทํางานอัตโนมัติทันทีเมื่อรถพร้อมออกตัว

SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS อีกขั้นของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ที่ผสานและควบคุมการทํางานของรถทั้งคัน ตั้งแต่เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ โครงสร้างตัวถัง ไปจนถึงช่วงล่าง ให้ทํางานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์ความสนุกในการขับขี่ ตามแนวคิด จินบะ-อิไต (Jinba-Ittai) ของมาสด้า ให้ผู้ขับและรถเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น และยังให้ผู้โดยสารสัมผัสถึงความรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง

ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดภายใต้ชุดเทคโนโลยี SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ระบบ G-Vectoring Control หรือ GVC จะช่วยควบคุมสมรรถนะในการขับขี่ให้แม่นยําและสมดุล เพื่อให้ผู้ขับมาสด้า CX-5 โฉมใหม่ สัมผัสความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันของคนกับรถได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การทํางานของระบบ GVC ระบบจะทํางานโดยประมวลผลจากการบังคับพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ความเร็วของรถ รวมถึงน้ำหนักของเท้าที่กดลงบนแป้นคันเร่ง จากนั้น ระบบจะควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์ และเกิดการถ่ายน้ำหนักที่เหมาะสมไปสู่แต่ละล้อ ทําให้รถเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น ควบคุมได้แม่นยําในทุกสถานการณ์

อีกระดับแห่งความหรูหรา ผสานความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ภายในห้องโดยสารของมาสด้า CX-5 โฉมใหม่ ได้รับการออกแบบอย่างประณีตในทุกรายละเอียด ด้วยแนวคิด “Hand-Crafted Design” คัดสรรวัสดุคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม หรูหราสไตล์ยุโรป คอนโซลหน้าแบบ Metal Wood ผสานความสปอร์ตด้วยเบาะหนังสีดํา แต่งด้วยด้ายสีน้ำตาล พร้อมให้ความเพลิดเพลินกับเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์

เติมเต็มความสะดวกสบายให้ทุกเส้นทาง มาสด้า CX-5 โฉมใหม่ ได้รับการพัฒนาห้องโดยสารภายใต้ปรัชญา HUMAN-CENTERED DESIGN ด้วยการจัดวางฟังก์ชั่นการใช้งานในตําแหน่งศูนย์กลาง เหมาะสมกับการใช้งาน โดยผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากถนน ห้องโดยสารกว้างขวาง พนักพิงเบาะหลังปรับเอนได้ และสามารถแยกพับได้ 3 ส่วน แบบ 40:20:40 อิสระจากกัน

เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบบันทึกตําแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ ที่สามารถบันทึกได้ 2 ตําแหน่ง ช่อง USB 2.1 แอมป์ ช่องเก็บของ พร้อมที่วางแก้วน้ำ ถูกจัดวางในตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งาน และช่องแอร์สําหรับที่นั่งตอนหลัง ที่เพิ่มความสบายยิ่งขึ้น พนักพิงเบาะหลังปรับเอนได้ ทั้งหมดนี้ทําให้มาสด้า CX-5 โฉมใหม่ เป็นยนตรกรรมอเนกประสงค์เอสยูวีเจเนอเรชั่นใหม่ ที่พร้อมให้คุณสัมผัสถึงความหรูหรา สะดวกสบาย ในทุกเส้นทาง

เชื่อมต่อทุกความสําเร็จได้ไร้ขีดจํากัดล้ำหน้าไปกับเทคโนโลยีเชื่อมต่อออนไลน์ MZD CONNECT ในมาสด้า CX-5 โฉมใหม่ ไม่พลาดทุกการติดต่อทั้งเรื่องงาน และครอบครัว อัพเดทข้อมูลข่าวสารได้ตลอดการเดินทาง หรือ รับ-ส่ง SMS จากสมาร์ทโฟนผ่านสัญญาณ Bluetooth พร้อม Infotainment ที่มีให้เลือกมากมายในแอพพลิเคชั่น Aha by HARMANTM รวมถึงระบบนำทาง Navigator*
CENTER DISPLAY จอทัชสกรีนดีไซน์ใหม่ ขนาด 7 นิ้ว แสดงเมนูสั่งงานของระบบ MZD CONNECT และตั้งค่าฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นๆ หรือเรียกดูข้อมูลผ่านระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Command

– หลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบ Auto Hold เพื่อเพิ่มความสบายในการขับขี่
– พวงมาลัยดีไซน์ใหม่แบบสปอร์ตพรีเมี่ยม จับกระชับมือ พร้อมปุ่มควบคุมการทํางานที่พวงมาลัย

BOSE SOUND SYSTEM

ระบบเสียง BOSE รอบทิศทาง ลำโพง 10 ตำแหน่ง พร้อมเทคโนโลยี AUDIOPILOT 2 และ Centerpoint 2 ที่ช่วยชดเชย และปรับแต่งเสียงให้สมจริงมากยิ่งขึ้น

CENTER DISPLAY
หน้าจอระบบสัมผัสดีไซน์ใหม่ ขนาด 7 นิ้ว แสดงเมนูสั่งงานของระบบ MZD CONNECT และตั้งค่าฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นๆ หรือเรียกดูข้อมูลผ่านระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Command

CENTER COMMANDER
ปุ่มควบคุมระบบ MZD CONNECT ที่คอนโซลกลาง ตรงตําแหน่งใกล้มือผู้ขับ ใช้งานง่าย เพียงหมุนหาคําสั่งที่ปรากฏขึ้นบนจอ CENTER DISPLAY ใช้ได้ทั้งขณะรถแล่น หรือจอดนิ่ง ให้ผู้ขับใช้สมาธิกับการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น

ปุ่มควบคุมระบบ MZD CONNECT ที่คอนโซลกลาง ตรงตําแหน่งใกล้มือผู้ขับ ใช้งานง่าย เพียงหมุนหาคําสั่งที่ปรากฏขึ้นบนจอ CENTER DISPLAY ใช้ได้ทั้งขณะรถแล่น หรือจอดนิ่ง ให้ผู้ขับใช้สมาธิกับการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น

WINDSHIELD ACTIVE DRIVING DISPLAY แสดงข้อมูลสําคัญในการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้ารถ ในระดับสายตาผู้ขับ

– JINBA ITTAI มาสด้า CX-5 โฉมใหม่ พัฒนาบนพื้นฐานของปรัชญา “จินบะ-อิไต” คือการพัฒนารถ ที่ผสานรวมผู้ขับขี่และรถให้เป็นหนึ่งเดียว สามารถควบคุมรถได้อย่างราบรื่น และปลอดภัย รับข้อมูลและตอบสนองกับสิ่งรอบตัวได้อย่างแม่นยํา ทำให้คุณได้สัมผัสถึงความสนุกเร้าใจในการขับขี่อย่างแท้จริง
– HMI (Human – Machine Interface) คอนเซ็ปต์การออกแบบอุปกรณ์และฟังก์ชั่นใช้งานภายในรถ เน้นหลักการทำงานตามธรรมชาติ จากการเคลื่อนไหวของมนุษย์ จัดวางอุปกรณ์ให้อยู่ในตําแหน่งศูนย์กลาง ช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากถนน ในรถทั่วไป ตําแหน่งของล้อหน้า ทําให้คันเร่งและเบรกต้องอยู่เยื้องไปด้านซ้าย ในรถมาสด้า CX-5 โฉมใหม่ ขยับตําแหน่งของล้อไปด้านหน้ามากขึ้น ทําให้สามารถยืดขาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
– POWER LIFTGATE ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า มาสด้า CX-5 โฉมใหม่ ให้คุณจัดเก็บสัมภาระได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยประตูท้ายที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า สามารถเปิด-ปิดได้ง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัสและรีโมทคอนโทรล สามารถปรับตั้งระดับการเปิด ได้ตามที่คุณต้องการ
– i-ACTIVSENSE เทคโนโลยีความปลอดภัยเพื่อคุณและคนสำคัญ มาสด้า CX-5 โฉมใหม่ เพิ่มอีกระดับของความปลอดภัย กับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยสุดล้ำ i-ACTIVSENSE ที่สามารถคาดการณ์อย่างแม่นยำ และส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้รอบคัน

– ALH (Adaptive LED Headlamps) ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ปรับการทํางานของไฟสูง – ต่ำ แยกอิสระ ซ้าย – ขวา โดยอัตโนมัติ ให้เหมาะสมกับสภาพถนน ระยะห่างจากตําแหน่งของรถคันหน้า หรือรถที่วิ่งสวนมา เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ยามค่ำคืน และช่วยให้การทํางานของไฟสูง ไม่ไปรบกวนรถคันอื่น

MRCC (Mazda Radar Cruise Control) ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ พร้อมปรับระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้า หากพบรถคันหน้าที่มีความเร็วน้อยกว่า ระบบจะทำการปรับลดความเร็วลง ตามความเร็วของรถคันหน้า และรักษาระยะห่างกับรถคันหน้าให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ โดยผู้ขับสามารถปรับระยะห่างจากรถคันหน้าได้จากสวิตช์ที่พวงมาลัย ทั้งนี้ ระบบจะกลับไปใช้ความเร็วเดิมที่กำหนดไว้โดยอัตโนมัติ เมื่อตรวจสอบแล้วว่า ไม่มีรถอยู่ด้านหน้า
– LDWS (Lane Departure Warning System) ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไฟกะพริบบนหน้าปัด พร้อมส่งเสียงเตือน เมื่อตรวจพบการเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่
– DAA (Driver Attention Alert) ระบบจะขึ้นสัญลักษณ์เตือนที่หน้าจอ Windshield Active Driving Display ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขณะขับรถทางไกล ระบบจะติดตามพฤติกรรมและสมาธิในการขับขี่ หากตรวจพบความผิดปกติของพฤติกรรมการขับขี่ หรือขับขี่ติดต่อกันนาน ระบบจะขึ้นข้อความแนะนําให้หยุดพัก
– LAS (Lane-keep Assist System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ในกรณีที่ตรวจพบการเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือน หรือเตือนโดยการสั่นที่พวงมาลัย และช่วยปรับทิศทางพวงมาลัยให้รถกลับเข้าสู่เลน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุุ และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง
– SBS (Smart Brake Support) ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ ระบบจะตรวจจับระยะห่างระหว่างรถของคุณและรถคันหน้า หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการชนรถคันหน้า ระบบจะส่งสัญญาณเตือนและเสียงเตือนอย่างต่อเนื่อง ถ้าผู้ขับไม่ได้ทําการเบรก ระบบจะช่วยทําการเบรกโดยอัตโนมัติ เพื่อลดโอกาสในการชนรถคันหน้า
– ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ช่วยให้ผู้ขับปลอดภัยขณะเปลี่ยนเลน โดยระบบจะส่งสัญญาณเตือน หากตรวจพบรถในเลนด้านข้าง ที่กําลังแซงขึ้นมาจากทางด้านหลัง และอยู่ในจุดที่ผู้ขับอาจมองไม่เห็น
– SCBS (Smart City Brake Support) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ หากระบบตรวจสอบพบว่า ไม่สามารถเลี่ยงการชนได้ ระบบจะช่วยทําการเบรกโดยอัตโนมัติ เพื่อลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการชนปะทะด้านหน้า เมื่อขับด้วยความเร็วต่ำ
– SCBS-R (Smart City Brake Support-Reverse) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการชน ขณะขับถอยหลังด้วยความเร็วต่ำ
– RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ระบบจะส่งสัญญาณเสียงเตือน พร้อมไฟกะพริบเตือนที่กระจกมองข้าง ขณะขับรถถอยหลัง หากตรวจพบความเสี่ยง ที่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุุกับรถที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาด้านหลัง

มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก มาสด้า CX-5 โฉมใหม่ มีจุดเด่นด้านความปลอดภัยทั้งแบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Active Safety) และแบบปกป้องเมื่อเกิดเหตุ (Passive Safety) จึงมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง ทุกสถานการณ์การขับขี่ ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

ACTIVE SAFETY ความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ

– HLA (Hill Launch Assist) ระบบช่วยออกตัวรถ ขณะอยู่บนทางลาดชัน
– ESS (Emergency Signal System) สัญญาณไฟกะพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกรถในภาวะฉุกเฉิน เพื่อส่งสัญญาณเตือนรถคันหลัง
– ABS 4 ล้อ พร้อม EBD ช่วยกระจายแรงเบรก
– ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย
– DSC: Dynamic Stability Control ช่วยควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ
– TCS: Traction Control System ช่วยป้องกันรถลื่นไถล
– กล้องมองหลัง พร้อมเส้นกะระยะขณะถอยหลัง
– กระจกมองหลังระบบตัดแสงอัตโนมัติ ให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ชัดเจนยิ่งขึ้น

PASSIVE SAFETY ความปลอดภัยเชิงปกป้องเมื่อเกิดเหตุ
– ระบบเข็มขัดนิรภัยแบบ Pretensioner and Load Limiter เข็มขัดนิรภัยเบาะคู่หน้า แบบดึงรั้งกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติ ผสานการทำงานร่วมกับระบบถุงลมนิรภัย

– โครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ พร้อมถุงลมและม่านถุงลมนิรภัย

– Headrest ออกแบบให้มีองศาและตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด เพื่อลดโอกาสบาดเจ็บ

– เบาะนั่งด้านหลัง ถูกออกแบบให้มีองศาที่รองรับน้ำหนักของคนนั่ง ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารพุ่งออกจากเบาะนั่งไปทางด้านหน้า โดยเฉพาะเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการชนที่ด้านหน้ารถ

-กันชนหน้าและฝากระโปรงหน้า ถูกออกแบบให้มีโครงสร้าง เพื่อช่วยลดอาการบาดเจ็บของผู้ถูกชน เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

สีภายนอก มี 6 สีให้เลือก ประกอบด้วย
– สีแดง Soul Red Crystal สีเกรดพรีเมี่ยมใหม่ล่าสุดเฉพาะของมาสด้า เนื้อสีหนา 3 ชั้น พ่นด้วยเทคนิคขั้นสูง พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้ได้เนื้อสีที่มีความละเอียดสูง สีสด มีความวาว สะท้อนแสงได้ดี และดูมีมิติยิ่งขึ้น เพิ่มเงิน 17,000 บาท
– สีเทา Machine Gray สีเมทัลลิคเกรดพรีเมี่ยมเฉพาะของมาสด้า เนื้อสีหนา 3 ชั้น พ่นด้วยเทคนิคพิเศษ เนื้อสีจึงใส สะท้อนแสงได้ดี ส่องประกายมันวาว เพิ่มเงิน 15,000 บาท
– สีขาว Snowflake White Pearl เพิ่มเงิน 10,000 บาท
และอีก 3 สีมาตรฐานคือ
สีเงิน Sonic Silver
สีฟ้า Deep Crystal Blue
และสีดำ Jet black

ล้ออัลลอยมีขนาด 17 และ 19 นิ้ว โดยรุ่น XDL จะเป็นขนาด 19 นิ้ว

สำหรับราคาจำหน่าย CX-5 โฉมใหม่ รุ่น XDL อยู่ที่ 1,770,000 บาท

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Scroll To Top