Home / ยี่ห้อรถยนต์ / Ford / เปิดตัว-รีวิว 2018 Ford Ranger Raptor (ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์) ส่วนราคายังต้องรอ

เปิดตัว-รีวิว 2018 Ford Ranger Raptor (ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์) ส่วนราคายังต้องรอ

ford ranger raptor 2018พบกับการรีวิว Ford Ranger Raptor 2018-2019 (ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์) ใหม่ล่าสุด ที่เพิ่งเปิดตัวในเมืองไทยไป ส่วนราคา จะมีการเปิดเผยในภายหลัง

Ford เผยโฉม Ranger Raptor ครั้งแรกในจโลก รถกระบะออฟโรดที่สะท้อนนิยาม ‘เกิดมาแกร่ง’ อัดแน่นอนด้วย DNA ของ Ford Performance

Ranger Raptor ได้ผ่านขั้นตอนการออกแบบ ผลิต และทดสอบโดยแผนก Ford Performance ที่พัฒนาต่อยอดมาจากกระบะฟูลไซส์อย่าง Ford F-150 Raptor ที่สะท้อนออกมาทางดีไซน์ของกระจังหน้า มาพร้อมโลโก้คำว่า Ford ขนาดใหญ่ตรงกึ่งกลาง ชุดกันชนด้านหน้าติดกับเฟรมรถ แผงกันชนติดตั้งไฟตัดหมอกแบบ LED พร้อมช่องรีดอากาศ แก้มข้าง ด้านหน้าใหม่ ผลิตจากวัสดุคอมโพสิท ทนต่อการบุบและรอยขีดข่วน โดยถูกตีโป่งขยายขนาดเพื่อรองรับระยะยุบตัวของโช้คที่เพิ่มมากขึ้น และยางออฟโรดขนาดใหญ่

Ford Ranger Raptor มาพร้อมมิติตัวถังดังนี้ สูง 1873 มิลลิเมตร กว้าง 2,180 มม.ยาว 5398 มม. ระยะช่วงล้อหน้าและหลัง กว้างขึ้นเป็น 1,710 มม. ความสูงใต้ท้องรถเพิ่มขึ้นเป็น 283 มม. มาพร้อมมุมไต่ที่ 32.5 องศา มุมคร่อมที่ 24 องศา และมุมจากที่ 24 องศา ถือว่าดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน

Ford Ranger Raptor ใช้โข้คอัพคู่หน้าและหลังของ Fox Racing Shox เพื่อซับแรงกระแทกเมื่อขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง จึงช่วยเรื่องการทรงตัว ทำให้ขับขี่บนทางออฟโรดได้อย่างมั่นใจ ระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่ รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์และสปริงคอยส์โอเวอร์ช็อค ทำให้เพลาเคลื่อนที่อย่างมั่นคง จึงช่วยเรื่องการทรงตัวและการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น

การออกแบบภายใน Ranger Raptor มาพร้อมความประณีตขั้นสูง ตาม DNA ของ Ford Performance ที่ผสานสีสันต่างๆ และการเลือกสรรวัสดุที่คงทน เหมาะสมสำหรับการขับขี่แบบออฟโรด และการใช้งานในชีวิตประจำวัน เบาะที่นั่งได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อรองรับการใช้งานการขับขี่แบบออฟโรดความเร็วสูง อีกทั้งยังมอบความสะดวกสบายในระหว่างการเดินทาง การเลือกใช้วัสดุหนังกลับเป็นวัสดุของเบาะ ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารยึดเกาะที่นั่งได้ดียิ่งขึ้น

พวงมาลัยมีแถบบอกตำแหน่งองศาพวงมาลัย หรือ On-Centre Marker ช่วยให้ผู้ขับ ทราบตำแหน่งองศาของพวงมาลัยขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง Ranger Raptor ยังมีเทคโนโลยีด้านการเชื่อมต่อ SYNC 3 ซึ่งเป็นระบบสั่งงานด้วยเสียง ที่ทำงานผนวกเข้ากับรถรุ่นนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานอุปกรณ์ต่างๆได้ แม้มือยังจับพวงมาลัย โดยระบบนี้จะทำงานผ่านจอแสดงผลแบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว พร้อมแสดงภาพกล้องมองหลังขณะถอย

Ranger Raptor มาพร้อมขุมพลังใหม่ที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร แบบ Bi-Turbo หรือเทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด อัตราทดชิด พร้อม Paddle Shift

Ranger Raptor มาพร้อมระบบ Terrain Management System สำหรับโหมดการขับขี่ทั้งหมด 6 รูปแบบ โดยเป็นโหมดทางเรียบ 2 โหมดคือ ปกติ และสปอร์ต และ 4 โหมดการขับขี่แบบออฟโรด คือ โหมดหญ้า/กรวดหิน/หิมะ โหมดโคลน/ทราย โหมดหิน และโหมดบาฮา

สีภายนอก Ranger Raptor มีหลากหลายให้เลือก ประกอบด้วย สีฟ้า Lightning Blue, สีแดง Race Red, สีดำ Shadow Black, สีขาว Frozen White และสีพิเศษเฉพาะตัว สำหรับ Ranger Raptor คือ สีเทา Conquer Grey ตัดกับสีเทา Dyno Grey

สำหรับราคาจำหน่ายยังไม่มีการเปิดเผยในตอนนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Ford Ranger Raptor โปรดติดตามได้ที่นี่ เร็วๆนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Scroll To Top