Home / ยี่ห้อรถยนต์ / Suzuki / 2019 Suzuki Jimny Sierra กับโอกาสประกอบในอินโดนีเซีย และราคาขายในไทย

2019 Suzuki Jimny Sierra กับโอกาสประกอบในอินโดนีเซีย และราคาขายในไทย

2018 Suzuki Jimnyอีกเพียง 3 วัน Suzuki ประเทศญี่ปุ่น ก็จะเปิดตัว All-New Jimny และ Jimny Sierra เจนเนอเรชั่นใหม่ แต่ดูเหมือนว่า รายละเอียดทุกอย่าง ได้ถูกทยอยเปิดเผยออกมาเกือบจะทั้งหมด โดยเฉพาะโบรชัวร์ที่หลุดออกมาทั้งเล่ม และภาพล่าสุดของ Jimny ทั้งสองรุ่น ที่ทาง Suzuki เตรียมส่งไปยังโชว์รูมต่างๆในประเทศญี่ปุ่น

โดยข้อมูลที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือ ขุมพลังของ Jimny จะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ความจุ 660 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 64 แรงม้าที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตันเมตรที่ 3,500 รอบ/นาที แต่รุ่นนี้จะมีจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

สำหรับตลาดนอกประเทศญี่ปุ่น Suzuki จะทำตลาดในรุ่น Jimny Sierra ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 102 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ซึ่งเครื่องยนต์รุ่นนี้เป็นรุ่นเดียวกันกับที่ใช้ใน All-New Ertiga โฉมใหม่ ที่ผลิตในประเทศอินโดนีเซีย และจะส่งออกมาจำหน่ายในเมืองไทยเช่นกัน ทำให้หลายคนอาจจะคิดว่า Suzuki มีโอกาสในการประกอบ Jimny Sierra ที่นั่น ซึ่งทำให้แฟนๆ Jimny คาดหวังว่า อาจจะมีโอกาสได้ใช้ Jimny ในราคาที่ต่ำกว่าการนำเข้าโดยตรงจากญี่ปุ่น

แต่ล่าสุด CarDebuts ทราบมาว่า Suzuki ประเทศอินโดนีเซีย มีความสนใจที่จะนำ jimny Sierra มาจำหน่ายในอินโดนีเซียเช่นกัน โดยอยู่ในระหว่างการหารือกับทาง Suzuki ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเรื่องที่น่าสนใจก็คือ ณ สถานการณ์ปัจจุบัน ทาง Suzuki อินโดนีเซีย จะนำเข้ารถรุ่นนี้มาจากญี่ปุ่น เช่นเดียวกับที่นำเข้า Jimny รุ่น Limited Edition โฉมเก่ามาจำหน่าย โดยยังไม่มีแผนการประกอบ Jimny ในอินโดนีเซียแต่อย่างใด เป็นการดับฝันสาวก Jimny ในไทย ที่กำลังลุ้นการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรถรุ่นนี้เป็นรถเฉพาะกลุ่ม ทำให้ Suzuki ต้องการดู feedback จากตลาดแต่ละแห่งไปก่อน หากผลตอบรับออกมาดี โอกาสที่จะมีการประกอบในประเทศอาเซียน ก็ย่อมเป็นไปได้เสมอ

กลับมาเรื่องการนำเข้าจากญี่ปุ่นมาไทย ณ ชั่วโมงนี้ต้องบอกว่า หากใช้ราคาจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเป็นฐานในการคำนวณ(ซึ่งราคา CIF จะไม่สูงไปกว่านี้) โดยราคา Jimny Sierra ที่เปิดออกมาอยู่ระหว่าง 526,000-604,000 บาทเมื่อคิดเป็นเงินไทย หากทำให้เป็นราคา CIF ราคาสุดท้ายที่จำหน่ายในไทยจะเกิน 1 ล้านบาทแน่นอน ซึ่งอาจจะอยู่ที่ 1.5 ล้านบาทขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม มีตัวแปรสำคัญในเรื่องราคาอยู่ 2 ส่วนคือ ราคา CIF ที่มาจากญี่ปุ่น และค่า overhead ของ Suzuki ประเทศไทย ที่บวกเข้าไปก่อนที่จะคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งได้แก่ operating cost, กำไรของ Suzuki ประเทศไทย และกำไรของดีลเลอร์ โดยเฉพาะราคา CIF ที่เป็นฐานในการคำนวณภาษีนำเข้า ภาษีสรรพสามิตของไทย ที่ถือว่าสูงมาก ซึ่งหากตัวแปรนี้ถูกทำให้ต่ำลงมากเท่าไหร่ ราคาสุดท้ายที่ถึงมือลูกค้า ก็จะลดลงเป็นทวีคูณมากเท่านั้น การทำราคา CIF ให้ต่ำก่อนคิดภาษีนำเข้า แล้วมาเพิ่มค่า overhead ในเมืองไทยให้มากขึ้น ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี

จึงเป็นเรื่องที่ Suzuki ประเทศไทยต้องคิดหนัก แม้ว่าต้องการนำรถรุ่นนี้มาจำหน่ายในเมืองไทยมากเพียงใดก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง หากคิดในเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ ก็อาจจะทำให้ทุกอย่างง่ายลง ในการทำราคาให้ไม่สูงมากจนเกินไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Scroll To Top