Home / ยี่ห้อรถยนต์ / Toyota / รีวิว All-New 2019 Toyota Corolla (Altis) Hatchback ก่อนเปิดตัวในไทย

รีวิว All-New 2019 Toyota Corolla (Altis) Hatchback ก่อนเปิดตัวในไทย

Toyota Altis 2019แม้ว่า Toyota Corolla จะยังเป็นเจ้าของสถิติรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในโลกตลอดกาล คือมากกว่า 46 ล้านคัน นับตั้งแต่การเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลก เมื่อปี คศ 1966 แต่ในช่วงหลายปีหลัง Honda Civic ได้กลายเป็นหนามยอกอกสำคัญ ที่ทำให้ Corolla ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนในเรื่องยอดขาย และถึงกับสูญเสียการเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในบางตลาด การกลับมาอีกครั้งของ Corolla เจนเนอเรชั่นใหม่ จึงเป็นสิ่งที่ Toyota คาดหวังว่า ทุกอย่างจะกลับมาสดใสดังเดิม

Toyota Corolla โฉมใหม่ ไม่เพียงแต่มาพร้อมรูปโฉมที่ดูดุดันทันสมัย เพื่อเอาใจกลุ่มเป้าหมายคนวัยทำงานเท่านั้น แต่การนำเสนอตัวถังใน 3 รูปแบบ สะท้อนความตั้งใจของ Toyota ที่ต้องการให้รถรุ่นนี้เป็นทางเลือกที่ให้มากกว่า ด้วยการเพิ่มตัวถังในสไตล์ wagon ที่เพิ่งเผยโฉมไป เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ หลังจากเปิดตัวเวอร์ชั่น hatchback ในหลายประเทศเป็นรุ่นแรก จะเหลือก็เพียงตัวถังซีดานที่รอการเปิดตัวในเร็ววันนี้

เดิมที Toyota ใช้แพลตฟอร์ม 3 แบบ ใน 16 โรงงานทั่วโลก ทำให้รูปโฉมของ Corolla ในแต่ละภูมิภาคแคกต่างกันไป แต่สำหรับ Corolla เจนเนอเรชั่นใหม่นี้ ทุกอย่างเหลือเพียงหนึ่งเดียว ตามนโยบาย Global One Corolla ด้วยการใช้แพลตฟอร์มที่เรียกว่า TNGA-C ซึ่งใช้กับรุ่น C-HR และ Prius

โดยมีฐานล้อยาวขึ้น 40 มม มาพร้อมระบบกันสะเทือนหลัง multi-link แบบใหม่ ส่วนด้านหน้าเป็นแบบ mcpherson strut ที่ได้รับการอัพเกรดใหม่เข่นกัน จุดศูนย์ถ่วงต่ำลงกว่าเดิม ตัวถังแข็งแรงมากขึ้นถึง 60% มีการกระจายน้ำหนักที่ดีขึ้น และห้องโดยสารกว้างขึ้น 25 มิลลิเมตร

นอกจากนั้น ยังทำให้ Corolla Altis ที่จะมีจำหน่ายในเมืองไทยในอนาคต ก็จะมีหน้าตาด้านหน้าไม่แตกต่างจาก Corolla ที่เห็นอยู่นี้ และแม้ว่าเวอร์ชั่นตัวถังซีดาน จะยังไม่มีการเผยโฉมออกมาให้เห็น แต่จากภาพ spyshot บ่งบอกชัดเจน จากเส้นคอนทัวร์บนตัวถัง ที่ชี้ชัดว่า ด้านหน้าของ Corolla Altis โฉมใหม่ จะเป็นแบบเดียวกับเวอร์ชั่น hatchback และ Touring Sports ที่เพิ่งเปิดตัวไป

สำหรับ Toyota Corolla hatchback ที่เห็นอยู่นี้ คือ Corolla โฉมใหม่รุ่นปี 2019 เวอร์ชั่นออสเตรเลีย ที่ทางทีมประชาสัมพันธ์ของ Toyota Australia ได้ส่งวิดีโอ footage มาให้ทีมงาน Cardebuts โดยตรง เพื่อให้แฟนๆ Corolla ในเมืองไทย ได้ชมรถรุ่นนี้อย่างใกล้ชิด

Toyota Corolla hatchback ใหม่ ทำตลาดในประเทศออสเตรเลียใน 3 รุ่นย่อยหลัก คือ รุ่นเริ่มต้น Ascent Sport รุ่น SX และรุ่นท็อปสุด ZR โดยแบ่งย่อยลงไปอีก เป็น 7 รุ่น ตามประเภทระบบขับเคลื่อน และระบบส่งกำลังที่ใช้ ซึ่งโดยรวม มีราคาเฉลี่ยสูงขึ้นกว่าโฉมก่อน โดยเริ่มต้นที่ 22,870 เหรียญออสเตรเลีย หรือประมาณ 533,000 บาท ในรุ่น Ascent Sport เครื่องยนต์เบนซิน เกียร์ธรรมดา แต่ก็แลกมาด้วยพละกำลังที่มากขึ้น เทคโนโลยีที่ครบครันกว่าเดิม นอกเหนือไปจากความสดใหม่

Toyota อ้างว่า มีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มากกว่าที่มีในรถระดับเดียวกัน อาทิ ระบบเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบเตือนการเปลี่ยนเลน มาพร้อมระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย และมีเฉพาะในรุ่นเกียร์ CVT คือระบบ active cruise control

นอกจากนั้น ยังมีระบบเตือนก่อนการชน pre-collision ที่ตรวจจับคนเดินถนน ในเวลากลางคืน และนักปั่นจักรยานในเวลากลางวัน กล้องที่ติดตั้งบริเวณกระจกหน้ารถ ยังสามารถตรวจจับป้ายจำกัดความเร็วได้ด้วย ซึ่งด้วยระบบต่างๆเหล่านี้ ทำให้ Corolla hatchback ได้เรตติ้งระดับ 5 ดาวจาก ANCAP ประเทศออสเตรเลีย

ระบบความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆได้แก่ ระบบไฟสูงอัตโนมัติ กล้องมองถอยหลัง ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง และจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก isofix สำหรับเบาะหลัง 2 จุด ในขณะที่รุ่นบนอย่าง SX และ ZR จะมีการเพิ่มระบบเตือนจุดอับสายตา blind-spot monitoring เข้าไป

Corolla ใหม่มาพร้อมขุมพลังที่ใหญ่กว่าเดิม และพละกำลังที่มากขึ้น โดยเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสุงสุด 168 แรงม้า มากกว่าเดิม 21.3 % แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร สูงขึ้น 15.6% จากเครื่องยนต์เดิม ความจุ 1.8 ลิตร ส่วนอัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 16.67 กิโลเมตร/ลิตร ในรุ่นเกียร์ CVT และที่ 15.87 กิโลเมตร/ลิตร ในรุ่นเกียร์ธรรมดา

ระบบเกียร์แปรผัน Direct Shift CVT 10 สปีด ที่มาพร้อมระบบปล่อยตัว ซึ่ง Toyota อ้างว่าเป็นครั้งแรกของโลกที่นำมาใช้กับรถยนต์นั่ง ลูกค้าต้องจ่ายเพิ่มอีก 1,500 เหรียญ ในรุ่นเริ่มต้นอย่าง Ascent Sport แต่จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นอื่นๆ ส่วนระบบนำทางผ่านดาวเทียม ก็จะเป็นอ็อปชั่นที่ต้องเพิ่มเงินอีก 1,000 เหรียญสำหรับรุ่นเริ่มต้น แต่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นอื่น

และเป็นครั้งแรกเช่นกัน ที่มีระบบขับเคลื่อนเบนซินไฮบริดใน 3 รุ่นย่อยให้เลือก โดยขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson Cycle ความจุ 1.8 ลิตร 96.5 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 53 kw ให้กำลังรวมสูงสุด 90kw หรือ 120.7 แรงม้า โดยชุดแบตเตอรี่ Nickel Metal Hydride ถูกติดตั้งไว้ใต้เบาะหลัง ซึ่งระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยให้ได้อัตราการบริโภคน้ำมันที่ 23.8 กิโลเมตร/ลิตร

Toyota Corolla รุ่นเริ่มต้น Ascent Sport มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว หน้าจอแสดงผลระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ระบบมัลติมีเดีย ลำโพง 6 ตัว มาพร้อมระบบควบคุมเสียง Toyota Link ผ่าน Bluetooth หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 4.2 นิ้ว ระบบปรับอากาศ เบาะนั่งคนขับปรับระดับได้ และกระจกมองข้าง ติดระบบทำความร้อน โดยรุ่น Ascent Sport hybrid มาพร้อมระบบปรับอากาศแบบ dual zone และระบบ keyless smart entry & start

ส่วนรุ่นที่สูงขึ้นมาอย่าง SX มีการเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆเข้ามา เช่น ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย ระบบวิทยุดิจิตอล ไฟตัดหมอกหน้า paddle shifter พวงมาลัยแบบมัลติฟังค์ชั่น กระจกแบบ privacy และช่อง USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

โดยรุ่นท็อปสุดอย่าง ZR จะมีการเพิ่มระบบ head-up display แบบสีขนาดใหญ่เข้าไป ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้าแบบ bi-LED เบาะนั่งด้านหน้าสไตล์สปอร์ตหุ้มหนังแท้ ตกแต่งด้วยหนังกลับ พร้อมระบบทำความร้อน ชุดเครื่องเสียงระดับพรีเมี่ยมจาก JBL พร้อมลำโพง 8 ตัว จอสีแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว ไฟแอมเบียนท์สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร และกระจกมองหลังแบบ electro chromatic ปรับแสงอัตโนมัติ

ฟีเจอร์ใหม่อื่นๆได้แก่ ไฟท้ายแบบ LED ระบบช่วยเข้าโค้งแบบ active ที่จะทำการเบรคไปยังล้อซ้าย หรือขวา ในขณะเข้าโค้งที่ความเร็วสูง เพื่อลดอาการ understeer

Toyota Corolla hatchback ใหม่ มีความยาวมากกว่าโฉมก่อน 45 มม ต่ำลง 40 มม และกว้างกว่าเดิม 30 มม และเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในออสเตรเลีย 5 ปีซ้อน

Toyota เตรียมเปิดตัว All-New Corolla sedan ในเร็ววันนี้ ซึ่งก็จะเป็น Corolla Altis ที่จะมีจำหน่ายในเมืองไทย ส่วนรูปร่างหน้าตาคงไม่ต้องลุ้นกันมาก เพราะจะเป็นในแบบที่เห็นอยู่นี้ จะมีลุ้นก็แค่ดีไซน์ของบั้นท้าย ว่าจะออกมาโดนใจแค่ไหน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Scroll To Top