Home / ยี่ห้อรถยนต์ / Mazda / พรีวิว All-New 2019 Mazda3 ขุมพลัง SkyActiv-X ก่อนเปิดตัวในไทย

พรีวิว All-New 2019 Mazda3 ขุมพลัง SkyActiv-X ก่อนเปิดตัวในไทย

มาสด้า3 2019เปิดตัวกันไปแล้วอย่างเป็นทางการ ในงาน LA Auto Show 2018 ที่สหรัฐอเมริกา สำหรับ All-New Mazda3 รุ่นปี 2019 ทั้งเวอร์ชั่น hatchback และ sedan ที่ Mazda ประเทศไทย เอง ก็เตรียมเปิดตัวในกลางปี 2019 ที่จะถึง

All-New Mazda3 โฉมใหม่ มาพร้อมนิยาม การเริ่มต้นของยุคใหม่ ด้วยการใช้ดีไซน์แบบใหม่หมด และสถาปัตยกรรมยานยนต์ Skyactiv-Vehicle Architecture รวมถึงขุมพลัง

SkyActiv-X ที่มีการนำมาใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งมาพร้อมระบบ Spark-Controlled Compression Ignition (SCCI) ที่นำเอาข้อดีของเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล มารวมเข้าไว้ด้วยกัน

จะว่าไปแล้ว Mazda ได้เริ่มพัฒนาเครื่องยนต์ SkyActiv-X เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ในช่วงที่ยังมองไม่เห็นอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่ขุมพลังไฮบริด ก็ยังไม่ได้รับความนิยมเหมือนในปัจจุบันมากนัก

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่เมื่อ 5 เดือนก่อน สำนักข่าว Bloomberg ได้เคยสำรวจพบว่า mazda เป็นหนึ่งในสามถึงสี่บริษัทท้ายๆ ซึ่งรวมถึง Suzuki Subaru และ Toyota ที่ไม่มี หรือมีแผนในการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าจนถึงปี 2020 น้อยรุ่นมากที่สุด ในบรรดาบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก การรีบทำตลาดเครื่องยนต์ SkyActiv-X จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนที่การลงทุนอาจจะสูญเปล่า หากกระแสรถยนต์ไฟฟ้า มาเร็วและแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้

Mazda3 ทั้งสองเวอร์ชั่นตัวถัง มาพร้อมดีไซน์ที่ได้รับการปฏิวัติใหม่หมด แต่ก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงภาษาการออกแบบในสไตล์ของ Mazda อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยรูปทรงที่ดูปราดเปรียว เรียบง่าย แต่หรูหราไปพร้อมๆกัน โดย Mazda3 sedan ได้รับอิทธิพลในเรื่องรูปโฉมมาจากรถต้นแบบอย่าง Vision Coupe concept โดยในส่วนของกระจังหน้ามีขนาดใหญ่ ที่ส่วนปลายทั้งซ้ายและขวา เชื่อมเป็นชิ้นเดียวกับกรอบไฟหน้า ที่มีลักษณะเรียวบางลงกว่าเดิม ชิ้นส่วนตัวถังด้านหน้ารอบกระจัง ดูกลมกลืน เรียบง่าย แทบจะเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด ซึ่งกินพื้นที่ไปถึงลิปสปอยเลอร์

เส้นสายในแบบโค้งมน ยังพบได้รอบตัวรถ ทำให้ Mazda3 ใหม่ ดูแตกต่างไปจากรถยนต์รุ่นอื่นๆในปัจจุบันอย่างชัดเจน ที่มักจะเน้นเส้นสายที่ดูเฉียบคมเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ด้านหลังมาพร้อมไฟท้ายแบบวงกลม 2 ดวง ที่มีลักษณะเรียวเล็ก เช่นเดียวกับไฟหน้า โดยเวอร์ชั่นแฮทช์แบ็ค มาพร้อมสปอยเลอร์หลังคาสีดำ เพิ่มความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ส่วนท่อไอเสียเป็นแบบคู่

ห้องโดยสารภายใน ได้รับการปรับปรุงให้ดูหรูหราแต่เรียบง่ายกว่าเดิม ภายใต้แนวคิด less is more โดยมีไฮไลต์เป็นพวงมาลัยแบบ 3 ก้าน จอแสดงผลระบบ infotainment แบบ freestanding ขนาด 8.8 นิ้ว เบาะนั่งหุ้ม แดชบอร์ดสีดำตกแต่งด้วยแถบโครเมี่ยม ฐานเกียร์ก็ได้รับการตกแต่งอย่างประณีต ด้วยวัสดุสีดำเงา ยกระดับความพรีเมี่ยมขึ้นไปอีก ซึ่งเป็นความตั้งใจของ Mazda ที่ต้องการให้รถรุ่นนี้ ดูหรูหรามากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในส่วนของพวงมาลัย ที่ตอนนี้สามารถขยับ ปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้เพิ่มขึ้นอีก 10 มิลลิเมตร ที่พักแขนคอนโซลกลางมีขนาดยาวขึ้น ที่วางแก้วน้ำถูกย้ายไปอยู่ด้านหน้าของฐานเกียร์ ทำให้ไม่เกะกะเมื่อต้องควบคุมรถ หรือพักแขนได้สะดวกสบายขึ้น

ขุมพลังของ Mazda3 ใหม่ มีด้วยกัน 5 รุ่นเครื่องยนต์ โดยเป็น 4 รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และ 1 รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ที่จะแตกต่างกันไป ในแต่ละประเทศที่ทำตลาด ได้แก่ เครื่องยนต์ SKYACTIV-G 1.5, SKYACTIV-G 2.0, SKYACTIV-G 2.5, SKYACTIV-D 1.8 และเครื่องยนต์ SKYACTIV-X ที่ Mazda ยังไม่เปิดเผยความจุกระบอกสูบ แต่มีการะบุว่า จะมีการจับคู่กับระบบ M Hybrid ที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เพิ่มสุนทรียภาพในการขับขี่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

Mazda3 ใหม่ ยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ i-Activ AWD ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ทำงานร่วมกับระบบ G-Vectoring Control Plus รุ่นใหม่ ที่มีใช้กับรุ่น CX-5 ปี 2019 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆนี้ นอกจากนั้น Mazda3 ใหม่ ยังได้รับการติดตั้งระบบกันสะเทือนใหม่ โดยด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson Strut ด้านหลังแบบ torsion beam รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งการพัฒนาในส่วนต่างๆเหล่านี้ Mazda อ้างว่า ทำให้การเร่งความเร็ว การเลี้ยว และการเบรค ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ตอบสนองได้ดีขึ้น ราวกับว่า ผู้ขับขี่คุ้นเคยกับรถรุ่นนี้มานานหลายปี

ในด้านระบบความปลอดภัยแบบ active safety mazda ยังจัดเต็มเช่นเดิม ด้วยระบบ i-Activsense ที่มาพร้อม 3 ฟีเจอร์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Front Cross Traffic Alert ที่ใช้เรดาห์ด้านข้าง ในการตรวจจับรถ ที่เคลื่อนที่เข้าใกล้ จากจุดอับสายตา ระบบ Cruising & Traffic Support ที่ทำการเร่งความเร็ว เบรค และควบคุมพวงมาลัยโดยอัตโนมัติ ในช่วงที่มีการจราจรติดขัด

นอกจากนั้น ยังมีระบบ driver monitoring ที่ใช้กล้องอินฟราเรด ในการตรวจจับพฤติกรรมผู้ขับขี่ ว่าง่วงนอน หรือเสียสมาธิในการขับขี่หรือไม่ ซึ่งถ้าระบบวิเคราะห์ออกมาแล้วพบว่า อันตราย ก็จะส่งเสียง แจ้งเตือนให้ทราบ

ในขณะที่ระบบความปลอดภัยแบบ passive safety มีสิ่งที่น่าสนใจก็คือ การติดตั้งถุงลมนิรภับบริเวณหัวเข่าผู้ขับขี่ มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ Mazda3 ใหม่ ทั่วโลก

สำหรับมิติตัวถังของ Mazda3 sedan จะมีความยาวมากกว่า และสูงกว่าเวอร์ชั่นแฮทช์แบ็คเล็กน้อย แต่มีความกว้างเท่ากัน คือ ยาว 4,662 มม กว้าง 1,797 มม และสูง 1,445 มม ในขณะที่เวอร์ชั่นแฮทช์แบ็ค มีความยาว 4,459 มม กว้าง 1,797 มม และสูง 1,440 มม

สำหรับ All-New Mazda3 ทีจะเปิดตัวในไทยกลางปี 2019 ที่จะถึง จะมีคุณสมบัติ หรืออ็อปชั่นต่างๆเหมือนในต่างประเทศหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน ก็ต้องมาลุ้นกันต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Scroll To Top